เมืองชิโรอิชิคือิ

“ ชิโรอิชิ” เมืองใต้สุดในเขตปกครองของดาเตะ มาซามุเนะ เป็นเมืองที่มีแม่น้ำชิโรอิชิอันใสสะอาดจนสะท้อนเงาของเทือกเขาซาโอ้บนผิวน้ำ

เมืองชิโรอิชิคือ

หากคุณเดินทางจากโตเกียวด้วยรถไฟชินคังเซ็นเป็นเวลาประมาณ 2 ชม. ก็จะมาถืงเมืองชิโรอิชิถือเป็นหน้าด่านของแถบมิยากิซาโอ้ในตัวเมืองชิโรอิชิเองนั้นก็มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายไม่ว่าจะเป็นโอะบาระออนเซ็น คามะซาคิออนเซ็น หรือสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงมากมาย โดยในตัวเมืองจะมีร่องรอยที่สมกับเป็นเมืองรอบฐานปราสาทอยู่ ไม่ว่าจะทางน้ำหรือโกดังเก็บสินค้า ด้วยเหตุนี้ทำให้เมืองชิโรอิชินั้นได้รับการบูรณะให้เป็นต้นแบบของเมืองรอบฐานปราสาทในปีเฮย์เซย์ที่ 7 (ปีค.ศ. 1995)

清流

ชิโรอิชิ เมืองรอบฐานปราสาทที่สวยงามและพร้อมด้วยทางน้ำที่ใสสะอาด

เมืองชิโรอิชิที่มีธรรมชาติแวดล้อมมากมายไม่ว่าจะเป็นสวนสาธารณะ ซาโอะ โคคุเท โคเอ็น (Zaō Quasi-National Park)หรืออนุเสาวรีย์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ โดยเมืองชิโรอิชินั้นถือเป็นเมืองสำคัญในเดินทางและเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญด้านการทหารมาตั้งแต่สมัยโบราณ
ด้วยเหตุนี้ทำให้มีผู้คนมากมายมาเยี่ยมเยียนชิโรอิชิ ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ กวี หรือนักร้องนักดนตรี ทำให้เมืองชิโรอิชิมักจะปรากฏตามเพลงหรือบทกลอนว่าเป็นภูเขาที่ลืมไม่ลง

แต่เบื้องหลังธรรมชาติที่สวยงามนั้น ก็มีความอันตรายซ่อนอยู่ โดยเฉพาะทางระหว่างโคสึโกและแม่น้ำไซคาวะ ที่เป็นทางขึ้นเขาที่ทั้งแคบและชันที่คนไม่ชำนาญจะไม่สามารถผ่านไปได้
และด้วยสภาพแวดล้อมต่างๆนี้ก็ทำให้ชิโรอิชิที่ได้รับการกล่าวถึงในหน้าประวัติศาสตร์หลายต่อหลายครั้งนั้นได้รับการสนับสนุนให้ฟื้นฟูและพัฒนาเป็นเมืองทางประวัติศาสตร์ในปีเมจิที่ 5 (ค.ศ. 1980) และหลังจากนั้นมาก็มีการปรับปรุงและฟื้นฟูสถานที่ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมตลอดจนธรรมชาติของเมืองให้ดีขึ้น

สินค้าพื้นเมืองและงานหัตถกรรมพื้นบ้านที่สร้างสรรค์ขึ้นท่ามกลางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และบริเวณที่มีน้ำใสสะอาด

“ชิโรอิชิอูเมง” เป็นอาหารขึ้นชื่อของชิโรอิชิที่ทำจากแป้งสาลีนวดกับน้ำเกลือโดยไม่ใช้น้ำมันเลย มีชื่อเสียงเป็นที่นิยมและรู้จักกันทั่วไปว่าเป็นอาหารที่อ่อนโยนกับกระเพาะ
ตุ๊กตาโคเคชิเป็นหนึ่งในงานศิลปะดั้งเดิมของเมืองชิโรอิชิ โดยผลิตขึ้นมากในแถบที่ทำอุตสาหกรรมป่าไม้ ตุ๊กตาโคเคชินั้นมีทั้งแบบดั้งเดิมตามแบบของโยจิโร่และแบบที่ปรับปรุงตามสมัยนิยม โดยมีการจัดงานประกวดแข่งขันตุ๊กตาโคเคชิระดับประเทศขึ้นในเดือนพฤษภาคมของทุกปี

การซ่อมแซมเพิ่มความแข็งแรงให้ปราสาทชิโรอิชิและ
การพัฒนาเมืองรอบฐานปราสาท

หลังจากชนะสงครามโกะซังเน็นโนะเอคิ (ปีค.ศ. 1083-1087) แล้วกัตตะที่ดำรงตำแหน่งผู้การฝ่ายซ้ายก็ได้มอบพื้นที่เมืองชิโรอิชินี้ให้เป็นรางวัลและให้สร้างปราสาทขึ้น ณ ที่แห่งนี้โดยเดิมทีได้ตั้งชื่อปราสาทตามผู้การกัตตะ
ภายหลังผู้การกัตตะได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็นชิโรอิชิ แล้วเข้าร่วมฝ่ายกับดาเตะแล้ว เมื่อปีเทนโชที่ 19(ปีค.ศ. 1591) โทโยโทมิ ฮิเดะโยชิได้ยึดเมืองนี้คืนและมอบให้แก่แม่ทัพกาโมพร้อมกับปราสาทไอซึวาคะมัทซึโจว โดยหลังจากนั้นกัตตะที่ดำรงตำแหน่งผู้ปกครองเมืองฝ่ายซ้ายก็ทำการซ่อมแซมปราสาทชิโรอิชิและสถาปนาตนเป็นเจ้าของผู้ครองปราสาท
ปีเคย์โจวที่ 3 (ปีค.ศ.1598) พื้นที่แถบนี้ได้ตกเป็นของฝ่ายอุเอะสึกิ แม่ทัพอุเอะสึกิได้ทำการสร้างปราสาทชิโรอิชิต่ออีกครั้ง และได้ย้ายเข้ามาอยู่ในตัวปราสาท
ปีเคย์โจวที่ 5 (ปีค.ศ.1600) ก่อนจะเกิดสงครามเซติกะฮาระ ดาเตะ มาซามุเระได้เช้ายึดปราสาทชิโรอิชิ ทำให้พื้นที่แถบนี้ตกเป็นของฝ่ายดาเตะ และอิชิคาวะ ยามาโตะโนะกามิได้เป็นผู้ดูแลปราสาทอยู่ช่วงหนึ่ง
หลังจากนั้นโคจูโร่ผู้ปกครองจากตระกูลดาเตะก็ได้ทำการซ่อมแซมปราสาทครั้งใหญ่โดบใช้เวลาว่ากว่า 260 ปีในการซ่อมแซม ยาวมาถึงสมัยเมจิ ซึ่งระหว่างการซ่อมแซมตระกูลคาตะคุระก็ได้ย้ายเข้ามาอาศัยในปราสาท และได้พัฒนาเมืองรอบฐานปราสาทให้รุ่งเรืองไปด้วย

คาตะคุระ โคจูโร่ผู้ครอบครองปราสาทชิโรอิชิและชิโรอิชิ

แม่ทัพคาตะคุระ โคจูโร่รุ่นแรกนั้นรู้จักกับดาเตะ มาซามุเนะมาตั้งแต่เด็ก โดยโตมาด้วยกันในฐานะพี่เลี้ยงและทำงานรับใช้ดาเตะมาตลอดชีวิต โดยได้ช่วยเหลือตระกูลดาเตะจากวิกฤตต่างๆ ด้วยการตัดสินใจอย่างเยือกเย็นแม้จะอยู่ในสนามรบก็ตาม ทำให้เป็นที่ยกย่องจากฮิเดะโยชิและแม่ทัพคนอื่นๆว่าเป็น “มันสมองของประเทศ” และหลังจากปฏิบัติภาระกิจสำคัญได้สำเร็จหลายต่อหลายครั้ง ในปีเคย์โจวที่ 7 (ปีค.ศ.1602) คาตะคุระก็ได้รับมอบปราสาทชิโรอิชิเป็นรางวัล

ส่วนคาตาคุระ โคจูโร่รุ่นที่สองนั้นมีชื่อเสียงจากการปะทะดาบกับซานาดะ ยูคิมุระที่ได้รับฉายาว่าเป็นทหารอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นในสมัยสงครามโอซาก้านัทสึโนะจินในฐานะ”ทัพหน้าแห่งกองทัพดาเตะ” ด้วยฝืมือที่สูสีกันทำให้ทั้งสองได้ปะทะฝีมือกันหลายครั้งหลายครา จนโคจูโร่ได้รับฉายาว่า โอนิโคจูโร่
ส่วนคาตาคุระ โคจูโร่รุ่นที่สามนั้นได้เข้าไปจัดการเหตุการณ์คัมบุงที่เกิดในพื้นที่เซนไดในฐานะผู้แทนราชการ จนทำให้เหตุการณ์สงบลงและช่วยเหลือชาวบ้านให้อยู่รอดปลอดภัยต่อไป

ความสัมพันธ์ของชิโรอิชิและซานาดะ

คาตะคุระ โคจูโร่นั้นได้ต่อสู้อย่างสูสีกับซานาดะ ยูคิมุระในสงครามโอซาก้านัทสึโนะจินในฐานะ “ทัพหน้าแห่งกองทัพดาเตะ” จนได้รับฉายาว่า “โอนิโคจูโร่” จากจักรพรรดิ

โดยทางซานาดะ ยูคิมุระเองก็มองเห็นว่าแม่ทัพของฝ่ายตรงข้ามอย่างคาตาคุระ โคจูโร่นั้นเก่งทั้งด้านการต่อสู้ คืนก่อนที่จะบุกเข้าทลายปราสาทโอซาก้า ซานาดะก็ได้พาภรรยาและลูกไปฝากไว้กับคาตาคุระ โดยได้คาตาคุระได้รับฝากโออุเมะและลูกๆ ของะอานะยามะ โคสุเกะ(โอโชบุ, อาคาเนะ, ไดฮัทจิ) โดยให้ซ่อนตัวอยู่ที่เกียวโตในช่วงแรกและได้มาเลี้ยงดูอย่างลับๆ ที่ปราสาทชิโรอิชินิโนะมารุ (ยกเว้นไดฮัทจิที่เลี้ยงดูอยู่นอกปราสาท)
โดยภายหลังโออุเมะได้แต่งงานกับคาตาคุระ โคจูโร่รุ่นที่ 3 และอาศัยอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข
โอโชบุนั้นได้แต่งงานกับทามุระ ซาดะฮิโระ ส่วนอาคาเนะนั้นเสียชีวิตตั้งแต่ยังเด็ก ด้านไดฮัทจินั้นได้ร่วมกองทัพในฐานะคาตาคุระ ชิโร่ ภายหลังได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้ดูแลพื้นที่ของดาเตะ จนกระทั่งปีโชโทคุที่ 2 (ค.ศ. 1712) จึงกลับมาใช้นามสกุลซานาดะในฐานะทัตซึโนบุรุ่นที่สอง

สงครามโบชินและการย้ายไปฮอกไกโด

ปีเคย์โอที่ 4 (ปีค.ศ.1868) เกิดสงครามโทบะฟุชิมิโนะทาตาไค และสงครามโบชินก็ได้เริ่มขึ้น โดยในภาวะที่วุ่นวายเช่นนั้นเจ้าเมืองแถบเซนได-โยเนะซาวะได้ขอความช่วยเหลือจากทางไอซึ โดยได้มีการจัดประชุมเจ้าเมืองของแถบโออูทั้ง 25 คนขึ้นที่ปราสาทชิโรอิชิ และได้ร่วมกันสร้างกลุ่มพันธมิตรโออุเรปปันขึ้น โดยเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าพันธมิตรชิโรอิชิ โดยภายหลังได้มีเมืองจากแถบเอจิโกะอีก 6 เมืองเข้าร่วมทำให้กลุ่มพันธมิตรมีสมาชิกทั้งหมด 31 เมือง โดยจุดประสงค์แรกของการตั้งกลุ่มพันธมิตรครั้งนี้เพื่อร่วมมือกันพลิกสถานการณ์ในตอนนั้น แต่ด้วยข้อเสียเปรียบทางภูมิศาสตร์ทำให้ต้องยอมแพ้สงครามในวันที่ 15 กันยายาน และสงครามครั้งนั้นก็ได้สิ้นสุดลงในภายหลัง。
หลังจากสงครามโบชินจบลง พื้นที่แถบชิโรอิชิก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็นแถบชิโรอิชิ จังหวัดชิโรอิชิ และจังหวัดคาคุดะ จนกระทั่งเดือนพฤศจิกายน ปีเมจิที่ 11 ก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็นจังหวัดเซนได ส่วนคนของตระกูลชิโรอิชิที่ต้องเสียบ้านที่อยู่อาศัยไปนั้นก็มีทางเลือกแค่สองทางคือก็ไปเป็นซามูไรอยู่ที่ฮอกไกโด หรือผันตัวไปทำอาชีพเกษตรกร
กลุ่มที่มองเห็นว่าฮอกไกโดเป็นพื้นที่ใหม่ที่น่าไปจับจองต่างก็เลือกที่จะไปอยู่ที่ฮอกไกโด โดยไม่รู้เลยว่าการไปอยู่ที่ฮอกไกโดนั้นมีแต่ความยากลำบาก แต่ก็มีคนที่สามารถฝ่าฟันความยากลำบากนั้นไปได้และก่อตั้งเป็นเขตชิโรอิชิในตัวเมืองซัปโปโรขึ้นมาในภายหลัง

สอบถามเพิ่มเติม

สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับไกด์แมพ

ฝ่ายอุตสาหกรรม แผนกการค้าอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยวเมืองชิโรอิชิ
ชั้น 2 ที่ว่าการอำเภอชิโรอิชิ 1-1 โอเทะมาจิ อำเภอชิโรอิชิ จังหวัดมิยากิ 989-0292
(Section of industry, Department of commerce, industry and tourism of Shiroishi city)
2ndflr., Shiroishi city hall, 1-1 Ootemachi, Shiroishi, Miyagi, 989-0292

เบอร์โทรศัพท์ 0224-22-1321
E-mail shoukan@city.shiroishi.miyagi.jp

การเดินทาง
GUIDE MAP PDF:
日本語English
เอกสารแนะนำรายละเอียดทั่วไป:
日本語English繁体字

ศูนย์ให้ข้อมูลการท่องเที่ยว

ศูนย์ให้ข้อมูลการท่องเที่ยวเมืองชิโรอิชิ (อยู่ภายในสถานีชิโรอิชิ สายโทโฮคุฮงเซ็น)
เบอร์โทรศัพท์ 0224-26-2042
09.00-17.30 น.

ศูนย์ให้ข้อมูลการท่องเที่ยวเมืองชิโรอิชิ (อยู่ภายในสถานีชิโรอิชิซาโอ สายโทโฮชินคันเซ็น)
เบอร์โทรศัพท์ 0224-24-5915
09.00-18.00 น.